จี้เอาผิด หมอกระเป๋ารักษานก

เป็นเรื่องสุดแปลกและทำให้โลกโซเชียลร้อนระอุ กรณีเพจดังแฉพฤติการณ์หญิงสาวรายหนึ่งใน จ.สระบุรี เปิดบ้านเลี้ยงนก และตั้งตนเป็นผู้เชี่ยวชาญไม่ต่างจากสัตวแพทย์ ลักษณะหมอกระเป๋า ทำการรักษา ฉีดยา ผ่าตัด เย็บแผลกันสด ๆ แถมถ่ายทอดโชว์ผ่านโซเชียล โดยอ้างรักษาตามหลักมนุษยธรรม ทำเอาสัตวแพทย์ตัวจริงถึงกับอึ้ง เช่นเดียวกับบรรดาคนรักนกก็รู้สึกสะเทือนใจ เพราะหลากหลายวิธีรักษานกสุดแปลก ไม่ต่างจากการทารุณกรรมสัตว์

ล่าสุด กลุ่ม WATCHDOG THAILAND ได้แจ้งความเอาผิดหญิงคนดังกล่าวแล้ว ซึ่งทีมข่าวช่อง 7HD บุกลงพื้นที่ ค้นหาความจริงทั้ง 2 ฝั่ง รวมถึงเปิดใจหญิงสาวที่ถูกกล่าวหา เพื่อให้ความเป็นธรรม ไปเจาะลึกรอบด้านในเจาะประเด็นเด็ด

เรื่องนี้เปิดเผยผ่านเพจแหม่มโพธิ์ดำ ระบุใจความว่ามีหญิงเลี้ยงนกรายหนึ่ง ยกตัวเองเป็นหมอ แต่รักษานกแบบผิด ๆ โดยเอาปุ๋ยอีเอ็มและเวย์โปรตีน รวมถึงยาแก้แพ้อากาศของคนให้นกกิน นอกจากนี้ ยังเอาอาหารนกมาให้สุนัขกิน รวมไปถึงบังคับให้เหยี่ยวซึ่งเป็นนักล่า กินอาหารมังสวิรัติ ซึ่งถือว่าผิดพฤติกรรมสัตว์ แถมสัตว์ที่เจ้าของพาเข้าไปรับการรักษาก็ตายกันเยอะมาก ทั้งที่ผู้ที่ทำการรักษาไม่ใช่เภสัชกร หรือสัตวแพทย์ นอกจากนี้ เพจดังกล่าวยังตั้งคำถามกลับว่าพฤติการณ์ดังกล่าวของหญิงคนนี้ถือว่าผิดหรือไม่ ปรากฏว่ามีคนเข้ามาแสดงความเห็นดุเดือด โดยเฉพาะกลุ่มคนรักนก ต่างบอกว่ารู้สึกสงสารนก เพราะไม่ว่าสัตว์เล็กหรือสัตว์ใหญ่ ทุกชีวิตมีค่า รวมถึงตั้งคำถามถึงวิธีการรักษานกของหญิงคนดังกล่าวว่าถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่ เพราะปรากฏภาพเธอกำลังรักษานกที่กระเพาะทะลุ หลังเลาะแผลแล้วกลับใช้เข็มและด้ายเย็บผ้าเย็บแผลคืนให้นกเกือบ 10 เข็ม ซึ่งชาวเน็ตวิจารณ์สนั่นว่าเป็นการรักษาสุ่มเสี่ยงอันตราย

รวมถึงสัตวแพทย์ชื่อดังอย่าง “หมอวี” ได้ออกมาไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก แฉพฤติการณ์หญิงสาวรายนี้ ว่าเป็นการกระทำที่ถือวิสาสะและสงสารนก ล่าสุด ยังเปิดเผยข้อมูลกับทีมข่าวว่า ก่อนหน้านี้ ตนได้รับข้อมูลจากกลุ่มคนเลี้ยงนก และรักนกจากหลายช่องทาง ว่ามีผู้แอบอ้างตั้งตนรับรักษานกโดยไม่ถูกต้อง มีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอ และภาพนิ่งจากเฟซบุ๊กของหญิงสาวคนดังกล่าว ซึ่งไลฟ์สดการรักษาสู่สาธารณะ จากการสังเกตพบว่าเป็นการทรมานสัตว์ เนื่องจากวิธีการรักษาไม่น่าจะใช่ผู้จบสัตวแพทย์ เพราะเครื่องไม้เครื่องมืออย่างคีมหนีบที่ใช้ในการก่อสร้าง แหนบถอนผม และมีดโกน แต่นำมาใช้ในการผ่าตัดนก ซึ่งไม่ใช่อุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่น่าตกใจ คือยังมีการฉีดยา ผ่าตัดนก โดยไม่มีการวางยาสลบ แถมยังไม่ให้ยาระงับปวด ซึ่งถือว่าผิดหลักการ ทำให้นกทรมาน ส่วนการฉีดยาก็ไม่มีการคำนวณน้ำหนักตัวนก ซึ่งอาจทำให้ได้รับยาเกินขนาด เป็นอันตรายถึงตายได้ เท่าที่ตรวจสอบพบข้อมูลนกที่มารักษาเป็นนกสวยงาม สายพันธุ์จากต่างประเทศอย่าง นกแก้วมาคอว์ และข้อมูลจากบุคคลที่เคยนำนกมารักษาบางคน ปรากฏว่านกบาดเจ็บสาหัสและตายลง เตือนว่าอย่าหลงเชื่อ ควรนำนกไปรักษากับคลินิกที่น่าเชื่อถือ และเป็นผู้จบสัตวแพทย์โดยตรง เพราะสัตว์ทุกชีวิตมีค่า มองว่าการกระทำลักษณะนี้ทำให้สัตว์ไร้สวัสดิภาพ

ขณะที่วันนี้ ตัวแทนจากกลุ่ม WATCHDOG THAILAND ก็ได้เดินทางมาพร้อมกับ หมอวี สัตวแพทย์ชื่อดังด้วย เพื่อแจ้งความเอาผิดกับหญิงที่แอบอ้างตั้งตนเป็นหมอรักษานก เนื่องจากที่ผ่านมาได้รับร้องเรียนจากประชาชนเช่นกัน ว่ามีการทารุณกรรมสัตว์ รักษานกแล้วตาย และกระทบต่อวิชาชีพสัตวแพทย์ หลังแจ้งความได้ลงพื้นที่บ้านของหญิงสาวผู้ที่ถูกกล่าวหา พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิหารแดง และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดสระบุรี เพื่อตรวจสอบสวัสดิภาพสัตว์ และวิธีการดูแลว่าเป็นไปตามที่ถูกร้องเรียนหรือไม่ แต่ปรากฏว่าไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ เพราะเจ้าของบ้านได้ออกจากบ้านไปก่อนหน้านั้น เพื่อไปออกรายการสดโทรทัศน์ช่องหนึ่งแล้ว

ล่าสุด หญิงสาวที่ถูกกล่าวหาก็ได้เปิดใจผ่านรายการเจาะประเด็นเด็ด โดยโต้ว่าแม้ไม่ได้เรียนจบสัตวแพทย์มาก็จริง แต่ก็ได้ศึกษาเรียนรู้วิธีรักษานกจนช่ำชอง ยืนยันสามารถรักษานกได้ โดยทำด้วยใจและรักษาตามหลักมนุษยธรรม ยันจะให้ทีมข่าวและเจ้าหน้าที่เปิดบ้านให้ตรวจสอบ

คุณธารใจ เกลเลอร์ หรือ นก ที่กำลังตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีความรู้ แต่เหตุใดถึงทำตัวเป็นสัตวแพทย์รักษานกได้ โดยเธอยอมรับว่าตนเองไม่ได้จบสัตวแพทย์ และไม่มีใบประกอบวิชาชีพด้านนี้จริง แต่เธอไม่ได้ออกมาทำการรักษานกแบบมั่ว ๆ เพราะก่อนหน้านี้เธอได้ไปเรียนรู้วิธีรักษามาจากเพื่อนที่เป็นสัตวแพทย์ เพราะที่บ้านเธอมีนกอยู่นับพันตัว จะให้พานกไปหาหมอเอง คงต้องเสียเงินหลายล้านบาท แล้วยาที่ใช้ก็เป็นยาที่ใช้รักษานกจริง ๆ ส่วนที่มีคนนำนกมาให้ตนช่วยรักษาแล้วอาการโคม่านั้น ยืนยันว่าไม่ได้เป็นเพราะการรักษาของเธอ แต่เป็นเพราะนกตัวนั้นอาการหนักจริง ๆ ซึ่งถ้าไม่มีใครมาขอให้เธอช่วย ก็ไม่ได้รักษาให้ใครสุ่มสี่สุ่มห้า และไม่เคยเก็บค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ทำไปเพราะจิตเมตตาล้วน ๆ อยากช่วยเหลือสัตว์เท่านั้น

สำหรับคนที่กล่าวหาว่าเธอทารุณกรรมสัตว์ ก็ฝากบอกด้วยว่าไม่อยากให้ตัดสินเธอเพียงแค่คลิปคลิปเดียว เพราะเธอก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่รักและชื่นชอบนกเหมือนกัน ไม่มีทางมีจิตใจโหดร้ายอย่างที่หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ และหากเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากนี้อยากเข้าไปตรวจสอบในบ้านเธอก็ยินดี เพราะมั่นใจว่าตนเองไม่ได้มีความผิดอะไร

อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวได้สอบถามไปยังนายกสัตวแพทยสภา ได้ให้ข้อมูลว่าตามหลักการสามารถนำชื่อบุคคลเข้าไปตรวจสอบกับทะเบียนสัตวแพทยสภา ว่าบุคคลนั้นเป็นสัตวแพทย์จริงหรือไม่ หากไม่จริงและพบว่ามีการกระทำใด ๆ ลักษณะเข้าข่ายความผิดในวิชาชีพ ตัวแทนกรมปศุสัตว์สามารถเข้าไปดำเนินการเอาผิด ทั้งแพ่งและอาญา กับบุคคลนั้นได้เลยทันที

ซึ่งเรื่องนี้ สัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสระบุรี ได้เผยว่าหลังได้รับร้องเรียนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าหญิงสาวผู้ที่ถูกกล่าวหาไม่ได้เป็นสัตวแพทย์จริง และกระทำการเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ทารุณกรรมสัตว์จริงตามที่ถูกร้องเรียนหรือไม่ และถ้ามีบุคคลอื่นนำนกมาให้รักษา ก็ต้องมาดูอีกทีว่ามีการเรียกเก็บเงินหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ไม่เรียกเก็บเงิน สิ่งที่ไม่สามารถกระทำได้ คือ การวางยาสลบ การฉีดยา และศัลยกรรม แต่ถ้ามีการเรียกเก็บเงิน ไม่ว่าจะรักษาเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เข้าข่ายกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์

ข้อมูลสอดคล้องกับคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และยังเป็นนายกสมาคมนกสวยงามแห่งประเทศไทย ซึ่งเผยว่า พฤติการณ์ดังกล่าวถือว่าไม่เหมาะสม หากเปรียบเทียบสัตว์ก็เหมือนกับลูก หากพบว่าเจ็บป่วย ทางออกที่ดีที่สุดคือการให้ไปรักษากับหมอ ถึงแม้ว่าคน ๆ นั้นจะอ้างว่าตนเองมีความรู้จากการศึกษาจากหนังสือ หรือความชำนาญเพราะเลี้ยงมาหลายปีแล้วก็ตาม เพราะหากเป็นแบบนั้น หลักสูตรการเรียนสัตวแพทยศาสตร์ที่คนเป็นหมอร่ำเรียนมากว่า 6 ปี ก็คงไม่จำเป็น เพราะการรักษาสัตว์มีความละเอียดอ่อน ผู้รักษาต้องผ่านการเรียนและศึกษามาเป็นอย่างดี เพราะต้องวินิจฉัยอาการป่วยของสัตว์ การทำการรักษาโดยแพทย์ต้องมีการฉีดยาชา และขั้นตอนผ่าตัด รวมถึงยาที่ใช้ต้องมีความสะอาดและถูกหลักตำราที่เรียนมา นอกจากนี้ หลังการรักษา แพทย์ต้องติดตามผลในระยะที่แผลอาจมีการติดเชื้อได้ ซึ่งหากถามว่าคนทั่วไปมาทำ หากไม่มีความชำนาญอาจจะทำให้สัตว์มีความเสี่ยงสูงที่จะตายได้

ล่าสุด ตำรวจ สภ.วิหารแดง ได้รับแจ้งความไว้แล้ว แต่ยังต้องรอสอบปากคำหญิงที่ถูกกล่าวหา ยืนยันหากผิดจริงก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย มีโทษทั้งแพ่งและอาญา พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่รวมถึงสัตวแพทย์ก็ฝากไปถึงเจ้าของสัตว์ ก่อนจะนำสัตว์ไปให้ใครทำการรักษา ต้องตรวจสอบให้ดีว่าเป็นสัตวแพทย์ที่จบมาอย่างถูกต้องหรือไม่ สัตว์ป่วยแม้เป็นสัตว์ตัวเล็ก ๆ ก็ไม่ควรเสี่ยง เพราะทุกชีวิตมีคุณค่า หากรักษาไม่ถูกต้องอาจมีอันตรายถึงตายได้

ขอบคุณข้อมูล จาก ch7